ช่วงนี้ฟังเพลงของน้องน้ำชา
....รักแท้รักที่อะไร ตับไตไส้พุง....
ก็มานั่งตั้งคำถามตัวเองอีกแล้ว...นั่นสินะ รักแท้คืออะไร???
จำได้ว่าเคยเจอนิยามรักในคำตัดสินของศาลฎีกาคดีที่หมอเสริม สาครราษฎร์ ฆ่าชำแหละศพ น.ส.เจนจิรา พลอยองุ่นศรี แฟนสาว
เป็นนิยามที่น่าสนใจเลยเอามาฝากให้อ่านเล่นๆ กัน.....
ในคดีที่นายเสริมถูกตัดสิน นายเสริมขอลดโทษโดยอ้างเหตุว่า
ตนฆ่าแฟนเพราะความรักที่ตนมี จนไม่อาจหักห้ามใจให้แฟนไปมีคนใหม่ได้
จึงขอความปราณีจากศาลให้เห็นแก่ความรักของตน
ศาลฎีกาได้ให้เหตุผลไว้อย่างงดงาม
ถึงความรักที่นายเสริมอ้างว่ามีต่อแฟนของตน
ดังฏีกาข้างล่างนี้
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คดีแดงที่ 6083/2546
พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์
นางสุดา ปรัชญาภัทร โจทก์ร่วม
นายเสริม สาครราษฎร์ จำเลย
ที่โจทก์ร่วมฎีกาว่า จำเลยควรได้รับโทษประหารชีวิต ศาลล่างทั้งสองไม่ควรลดโทษให้จำเลยเพราะคดีไม่มีเหตุบรรเทาโทษนั้น
ล้วนเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงทั้งสิ้น
จึงต้องห้ามมิให้โจทก์ร่วมฎีกาตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว
ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยถูกผู้ตายข่มเหงจิตใจอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม
เพราะจำเลยกับผู้ตายมีความสัมพันธ์ฉันคนรัก
แต่ผู้ตายต้องการเลิกความสัมพันธ์กับจำเลยไปมีรักกับผู้ชายคนใหม่
จำเลยจึงบันดาลโทสะฆ่าผู้ตายนั้น
เห็นว่า
"ความรักเป็นสิ่งที่เกิดจากใจไม่อาจบังคับกันได้
ความรักที่แท้จริงคือความปรารถนาดีต่อคนที่ตนรักความยินดีที่คนที่ตนรักมีความสุข
การให้อภัยเมื่อคนที่ตนรักทำผิดและการเสียสละความสุขของตนเพื่อความสุขของคนที่ตนรัก
จำเลยปรารถนาจะยึดครองผู้ตายเพื่อความสุขของจำเลยเองเมื่อไม่สมหวังจำเลยก็ฆ่าผู้ตาย
เป็นความคิดและการกระทำที่เห็นแก่ตัวเห็นแก่ได้ของจำเลยโดยฝ่ายเดียว
มิได้คำนึงถึงจิตใจและความรู้สึก ของผู้ตาย หาใช่ความรักไม่
ทั้งเป็นความเห็นผิดที่ เป็นอันตรายต่อสังคมอย่างยิ่ง"
ดังนี้
แม้จะฟังข้อเท็จจริงตามที่จำเลยฎีกาก็ถือไม่ได้ว่าจำเลยถูกผู้ตายข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม
กรณีไม่มีเหตุจะลงโทษจำเลยน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้
ด้วยเหตุดังกล่าวนี้ ศาลจึงพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยตลอดชีวิต
...............................................
ของแถม
ในหลักคำสอนของพุทธศาสนามีการกล่าวถึงหลักธรรมที่ใช้ในการปฏิบัติตน
สำหรับทุกคนที่มีความรักด้วยเช่นกัน หลักธรรมดังกล่าวนี้เรียกว่า “ฆราวาสธรรม 4”
เป็นหลักธรรมของผู้ครองเรือนที่จะช่วยประคองให้ครอบครัวมีความราบรื่น มั่นคง และมีความสุข
พระพุทธองค์ทรงแสดงไว้ 4 ประการคือ
1. สัจจะ หมายถึง คือ ความซื่อสัตย์ ความจริงใจต่อบุคคลที่รัก
2. ทมะ หมายถึง การรู้จักฝึกตนเอง ควบคุมจิตใจตนเอง รู้จักระงับอารมณ์ของตนได้ดี
3. ขันติ หมายถึง ความอดทนต่อความลำบาก อุปสรรคต่างๆ มีจิตใจมั่นคง
4. จาคะ หมายถึง ความเสียสละ ความเผื่อแผ่ แบ่งปัน ควรใจกว้างและโอบอ้อมอารีต่อคู่ครองและญาติพี่น้องด้วย
......................................................................
ยังมีนิยามความรักอีกหลายมุมมอง แล้วจะสรรหามาฝากในโอกาสต่อไป
...อ.ชูพันธุ์...